วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555

ทรัพย์สินที่ประหยัดพลังงานจะช่วยประหยัดภาษีได้อย่างไร

ที่มา http://www.rd.go.th/publish/29518.0.html

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่  145)
เรื่อง    กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการได้มาซึ่งทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์ที่มีผลต่อการประหยัดพลังงาน ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนแทนอุปกรณ์เดิม

------------------------------------

                               อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 436) พ.ศ. 2548 อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการได้มาซึ่งทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์ที่มีผลต่อการประหยัดพลังงาน ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนแทนอุปกรณ์เดิมดังต่อไปนี้

                             ข้อ 1 “ทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์ที่มีผลต่อการประหยัดพลังงาน” หมายความว่า อุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงที่ประหยัดพลังงานและ/หรือลดความต้องการพลังงาน ซึ่งสามารถทำงานครบกระบวนการด้วยตัวเอง ที่ได้รับการรับรองจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานว่ามีผลต่อการประหยัดพลังงาน

                             ข้อ 2  “ค่าใช้จ่ายเพื่อการได้มาซึ่งทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์ที่มีผลต่อการประหยัดพลังงาน” หมายความว่า มูลค่าของอุปกรณ์ เครื่องจักร รวมถึงค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอุปกรณ์หรือเครื่องจักรที่มีผลต่อการประหยัดพลังงาน

                             ข้อ 3  ค่าใช้จ่ายเพื่อการได้มาซึ่งทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์ที่มีผลต่อการประหยัดพลังงาน ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนแทนอุปกรณ์เดิมที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 และข้อ 8

                             ข้อ 4 ทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์เดิมต้องมีหลักฐานการได้มาซึ่งทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี ใบส่งสินค้า ใบแจ้งหนี้ สัญญาซื้อขายโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน บัญชีทรัพย์สิน หรือเอกสารอื่นใดในทำนองเดียวกัน และทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์ที่มีผลต่อการประหยัดพลังงานที่นำมาปรับเปลี่ยนต้องเป็นการได้มาโดยมีค่าตอบแทน และพร้อมใช้งานได้ภายในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2549

                            ข้อ 5 ทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์ที่มีผลต่อการประหยัดพลังงานที่นำมาปรับเปลี่ยนแทนอุปกรณ์เดิม ต้องเป็นทรัพย์สินประเภทเดียวกันกับทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์เดิมก่อนมีการปรับเปลี่ยน

                            ข้อ 6 ผู้ประกอบการเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการได้มาซึ่งทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์ที่มีผลต่อการประหยัดพลังงานซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนแทนอุปกรณ์เดิม ต้องเป็นผู้ประกอบการซึ่งมีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(5)(6)(7) หรือ (8) และยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยขอใช้สิทธิหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควร และหากผู้ประกอบการดังกล่าวยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยขอใช้สิทธิหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาในปีภาษีใด ผู้ประกอบการดังกล่าวไม่มีสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตั้งแต่ปีภาษีนั้น

                             ข้อ 7 ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะขอรับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการได้มาซึ่งทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์ที่มีผลต่อการประหยัดพลังงาน ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนแทนอุปกรณ์เดิม ต้องยื่นคำขอต่อกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานให้ตรวจสอบและได้รับหนังสือรับรองว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีผลต่อการประหยัดพลังงานตามหลักเกณฑ์ที่กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานกำหนด
                                    ผู้ประกอบการซึ่งได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามวรรคหนึ่ง หากได้ขายทรัพย์สินดังกล่าวในปีใด ผู้ประกอบการดังกล่าวไม่มีสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตั้งแต่ปีที่ขายทรัพย์สินดังกล่าวนั้น

                            ข้อ 8 ผู้ประกอบการที่จะขอรับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามข้อ 7 ต้องไม่ได้รับสิทธิประโยชน์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาขอรับสิทธิประโยชน์สนับสนุนจากส่วนราชการโดยตรงเพื่อการส่งเสริมการลงทุนด้านอนุรักษ์พลังงานโครงการอื่นใด

                            ข้อ 9 ในกรณีที่มีปัญหาที่ไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของประกาศนี้ได้ให้อธิบดีกรมสรรพากรมีอำนาจวินิจฉัย และคำวินิจฉัยของอธิบดีกรมสรรพากรให้ถือเป็นหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดตามประกาศนี้ด้วย

ประกาศ ณ วันที่ 6 ตุลาคม  พ.ศ. 2548

ศิโรตม์  สวัสดิ์พาณิชย์
(นายศิโรตม์  สวัสดิ์พาณิชย์)
อธิบดีกรมสรรพากร

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
กระทรวงการคลังขยายเวลาอีก 2 ปี ลดภาษี 25% ส่งเสริมการประหยัดพลังงาน...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมครม.วันที่ 20 เม.ย. กระทรวงการคลัง เสนอให้ครม.พิจารณา เรื่อง มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยขอความเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาของมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานออกไปอีก 2 ปี และอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..)พ.ศ. ....

ซึ่งสาระสำคัญของร่างพระราชกฤษฎีกา เป็นการกำหนดให้ยกเว้นเงินได้ สำหรับเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการได้มาซึ่งทรัพย์สินประเภทวัสดุ อุปกรณ์ หรือเครื่องจักร ที่มีผลต่อการประหยัดพลังงาน แต่ไม่รวมถึงยานพาหนะและวัสดุ อุปกรณ์ หรือเครื่องจักรที่ใช้กับยานพาหนะ เป็นจำนวนร้อยละยี่สิบห้าของค่าใช้จ่ายนั้น ให้แก่บุคคลธรรมดา บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล โดยค่าใช้จ่ายดังกล่าว ต้องจ่ายไปตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ยัง กำหนดให้ทรัพย์สินประเภทวัสดุ อุปกรณ์ หรือเครื่องจักรที่มีผลต่อการประหยัดพลังงานตามมาตรา 3 ต้องเป็นทรัพย์สินที่ไม่เคยผ่านการใช้งาน ซึ่งได้ซื้อมาและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ตามประสงค์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555

โดยได้รับการรับรองจาก กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ว่าเป็นวัสดุ อุปกรณ์ หรือเครื่องจักร ที่มีผลต่อการประหยัดพลังงาน ภายในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555 และต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกานี้ ทั้งนี้ ต้องหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันที่ทรัพย์สินนั้นอยู่สภาพพร้อมที่จะใช้งานได้ตามประสงค์

ขอบคุณข้อมูลจาก ไทยรัฐ 
ไทยรัฐ
วันที่โพส : 2011-04-19 08:53:57

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เครื่องใช้และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานเป็นที่นิยมของประชาชนทั่วไป ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าแล้ว ปัจจุบันกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ร่วมมือกับกรมสรรพากรออกมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้ให้อีกด้วย หลักเกณฑ์ และวิธีการเพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์นี้
     
       ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ที่สามารถใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษีเงินได้นี้ครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดา บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด และห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ตามข้อ 1 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 180) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการได้มาซึ่งทรัพย์สินประเภทวัสดุ อุปกรณ์ หรือเครื่องจักรที่มีผลต่อการประหยัดพลังงาน
     
       กรณีบุคคลธรรมดาที่จะใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ต้องเป็นผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5) (6) (7) หรือ (8) แห่งประมวลรัษฎากร ตามข้อ 2 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 180) โดยมาตรา 40 (5) เป็นเงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน ขณะที่มาตรา 40 (6) เป็นเงินได้จากวิชาชีพอิสระ เช่น วิชากฎหมาย การประกอบโรคศิลปะ สถาปัตยกรรม การบัญชี ประณีตศิลปกรรม และวิชาชีพอิสระอื่น และมาตรา 40 (7) เป็นเงินได้จากการรับเหมาที่ผู้รับเหมาต้องลงทุนด้วยการจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ สำหรับมาตรา 40 (8) เป็นรายได้จากธุรกิจ พาณิชย์ เกษตร อุตสาหกรรม ขนส่ง หรือการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในมาตรา 40 (1) ถึง (7)
     
       ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ต้องซื้อทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์ที่มีผลต่อการประหยัดพลังงาน ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้รับรองว่ามีผลต่อการประหยัดพลังงาน โดยเป็นค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายไปจริงตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2552 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2553 และต้องมีใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐาน ตามข้อ 1 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 180)
     
       ประเภทของวัสดุ อุปกรณ์ หรือเครื่องจักรนั้น ต้อง 2 ข้อ และต้องไม่ 5 ข้อ ประกอบด้วย ต้องจัดซื้อ และเป็นของใหม่ที่ไม่เคยผ่านการใช้งาน และต้องดำเนินการติดตั้งให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ระหว่างวันที่ 19 พฤษภาคม 2552 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2553 อีกทั้งต้องได้รับการรับรองจาก พพ.ว่ามีผลต่อการประหยัดพลังงาน โดยต้องไม่ได้รับ หรืออยู่ระหว่างการรับสิทธิประโยชน์จากส่วนราชการเพื่อการส่งเสริมการลงทุนด้านอนุรักษ์พลังงาน ต้องไม่นำไปใช้ในกิจการที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ไม่ว่าจะทั้งหมด หรือบางส่วนก็ตาม
     
       ต้องไม่เกิดจากรายจ่ายซึ่งได้จ่ายไปเป็นค่าจ้างเพื่อทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีให้แก่หน่วยงานของรัฐ หรือเอกชนตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 297) พ.ศ. 2539 ต้องไม่เกิดจากรายจ่ายตามมาตรา 65 ตรี (5) แห่งประมวลรัษฎากร และได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา 3 (1) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 460) พ.ศ. 2549 รวมถึงต้องไม่ใช้ในการประกอบกิจการซึ่งซื้อทดแทนเครื่องจักรเก่า และได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา 3 (2) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 460) พ.ศ. 2549
     
       การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะส่งรายชื่อวัสดุ อุปกรณ์ หรือเครื่องจักรที่ได้รับฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เพิ่มเติมให้ พพ.เพื่อพิจารณาอนุมัติ และประกาศใช้ต่อไป อีกทั้ง พพ.ก็จะรวบรวมรายชื่อที่ได้รับฉลากประสิทธิภาพสูงจากโครงการส่งเสริมเพื่อการอนุรักษ์พลังงานของ พพ.
     
       ตามประกาศอธิบดี พพ. เรื่อง กำหนดคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขของวัสดุ อุปกรณ์ หรือเครื่องจักรที่มีผลต่อการประหยัดพลังงาน (ฉบับที่ 1 ถึง 5) พ.ศ. 2553 พพ. ได้ประกาศแล้วจำนวนมากกว่า 15 ประเภท (ตาม http://www.energy-tax.com) และจะประกาศเพิ่มเติมตลอดระยะเวลาของโครงการ โดยที่ได้ประกาศแล้ว ประกอบด้วย
     
       - ตู้เย็นเบอร์ 5 โดยเบอร์ 5 หมายถึง ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ภายใต้โครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ของ กฟผ. อีกทั้งผ่านเกณฑ์ด้านประสิทธิภาพพลังงานตู้เย็น
     
       - เครื่องปรับอากาศเบอร์ 5 แบบแยกส่วน ที่ผ่านเกณฑ์ด้านระบายความร้อน และระดับประสิทธิภาพ
     
       - หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์เบอร์ 5 ที่ผ่านเกณฑ์ด้านขนาดวัตต์ และประสิทธิภาพลูเมนต่อวัตต์ขั้นต่ำ
     
       - หลอดฟลูออเรสเซนต์ T5 เบอร์ 5 และผ่านเกณฑ์คุณสมบัติด้านค่าประสิทธิภาพพลังงาน ดัชนีความถูกต้องสี อายุการใช้งาน ผ่านการรับรอง มอก. และขนาดหลอดฟลูออเรสเซนต์ เป็นต้น
     
       - บัลลาสต์แกนเหล็กนิรภัยเบอร์ 5 และผ่านเกณฑ์ขนาดค่ากำลังไฟฟ้าสูญเสีย และค่ากระแส
     
       - บัลลาสต์อิเล็กทรอนิกส์ T5 เบอร์ 5 และผ่านเกณฑ์คุณสมบัติเฉพาะ เช่น กำลังไฟฟ้าเข้ารวม ตัวประกอบกำลัง ชนิดวงจร อายุการใช้งาน การจุดหลอด และผ่านการรับรอง มอก. เป็นต้น
     
       - พัดลมไฟฟ้าเบอร์ 5 และมีคุณลักษณะเฉพาะตามเกณฑ์ของขนาดใบพัด อัตราการระบายอากาศขั้นต่ำ และค่าประสิทธิภาพการใช้งาน
     
       - หม้อหุงข้าวไฟฟ้าเบอร์ 5 และผ่านเกณฑ์ระดับประสิทธิภาพสำหรับค่าพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในการหุงเฉลี่ย
     
       - โคมไฟฟ้าเบอร์ 5 และผ่านเกณฑ์ด้านแบบ และเกณฑ์ประสิทธิภาพ เช่น ค่าแสงบาดตา ค่าสัมประสิทธิ์การใช้งานของแสง และค่าความสว่าง เป็นต้น
     
       - โคมไฟฟ้าชนิดส่องลงเบอร์ 5 และผ่านเกณฑ์ด้านแบบ และเกณฑ์ประสิทธิภาพด้านมุมกระจายแสงที่ออก และค่าความส่องสว่าง
     
       - เตาหุงต้มในครัวเรือนใช้กับก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่ได้รับฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงภายใต้การส่งเสริมเครื่องจักรอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง และวัสดุอุปกรณ์เพื่อการอนุรักษ์พลังงานของ พพ. และผ่านเกณฑ์ค่าประสิทธิภาพเชิงความร้อนขั้นสูง และมาตรฐานการทดสอบ
     
       - อุปกรณ์ปรับความเร็วรอบมอเตอร์ที่ได้รับฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงของ พพ. และผ่านเกณฑ์ค่าประสิทธิภาพ และมาตรฐานการทดสอบ
     
       - กระจกที่ได้รับฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงของ พพ. และผ่านเกณฑ์ค่าสัมประสิทธิ์การส่งผ่านความร้อนจากรังสีอาทิตย์ ค่าการส่องผ่านของแสงธรรมชาติต่อค่าสัมประสิทธิ์การส่งผ่านความร้อนจากรังสีอาทิตย์ และมาตรฐานการทดสอบ
     
       - ฉนวนใยแก้วที่ได้รับฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงของ พพ. และผ่านเกณฑ์ค่าความต้านทานความร้อน และมาตรฐานการทดสอบ
     
       - เครื่องทำน้ำเย็นสำหรับระบบปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง แยกตามชนิดการระบายความร้อน แบบของเครื่องอัดไอที่ผ่านเกณฑ์ด้านขนาดความสามารถในการทำความเย็น และค่าสมรรถนะการทำความเย็น
     
       - เครื่องทำน้ำอุ่นไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง แยกตามขนาดกำลังไฟฟ้า ที่ผ่านเกณฑ์ด้านค่าประสิทธิภาพพลังงาน
     
       - กระติกน้ำร้อนไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง แยกตามขนาดความจุ ที่ผ่านเกณฑ์ค่าประสิทธิภาพพลังงาน
     
       - มอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟสที่มีประสิทธิภาพสูง และผ่านเกณฑ์ด้านค่าประสิทธิภาพพลังงาน
     
       - หม้อไอน้ำ ที่ผ่านเกณฑ์ด้านค่าประสิทธิภาพ
     
       - เครื่องทำน้ำร้อนชนิดฮีตปั๊มแบบใช้อากาศเป็นแหล่งพลังงาน ที่ผ่านเกณฑ์ค่าสัมประสิทธิ์สมรรถนะ
     
       สำหรับประโยชน์ที่ผู้ขอรับสิทธิจะได้รับเป็นรายจ่ายทางภาษีจำนวนร้อยละ 25 ของค่าใช้จ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินประเภทเครื่องจักร วัสดุ หรืออุปกรณ์ที่มีผลต่อการประหยัดพลังงานซึ่งได้รับการรับรองจาก พพ. ฉะนั้นสิทธิประโยชน์ = 0.25 x ค่าใช้จ่ายเครื่องจักร วัสดุ หรืออุปกรณ์ที่มีผลต่อการประหยัดพลังงาน
     
       กรณีผู้บริโภคที่อาจเป็นบุคคลธรรมดาซึ่งมีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5) (6) (7) (8) หรือนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด และห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ขอรับสิทธิลดหย่อนภาษี ซื้อเครื่องจักร วัสดุ หรืออุปกรณ์ประหยัดพลังงานที่ พพ. ให้การรับรองตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2552 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2553 โดยขอใบกำกับภาษีที่ระบุชื่อ ยี่ห้อ รุ่นของเครื่องจักร วัสดุ หรืออุปกรณ์นั้นให้ชัดเจน กรอกตามเอกสารแนบท้ายประกาศอธิบดี พพ. ฉบับที่ 180 (ตามhttp://www.energytax.com/Downloads/Announment/add-180.pdf) ขอใช้สิทธิเป็นรายจ่ายทางภาษีในแบบ ภงด.90 (สำหรับบุคคลธรรมดา) และแบบ ภงด.50 (สำหรับนิติบุคคล) ซึ่งจะมีช่องบันทึกค่าใช้จ่ายในเรื่องนี้ เพื่อยื่นต่อกรมสรรพากรต่อไป
     
       กรณีผู้ผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายที่ต้องการขอรับรองเครื่องจักร วัสดุ หรืออุปกรณ์ที่ประหยัดพลังงาน โดยเริ่มด้วยการตรวจสอบว่า เครื่องจักร วัสดุ หรืออุปกรณ์นั้นอยู่ในรายการ และผ่านเกณฑ์คุณลักษณะที่ พพ. ประกาศหรือไม่ หากผ่านเกณฑ์จึงกรอกใบสมัครเข้าร่วมโครงการระหว่างธันวาคม 2552 ถึงกันยายน 2553 ตาม http://www.energy-tax.com/menu_3.html ส่งใบสมัครตาม http://www.energy-tax.com/menu_2.html ซึ่ง พพ. จะประกาศให้การรับรองต่อไป
     
       ด้วยนโยบายฟื้นฟู และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้งก่อให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน และลดการขาดดุลการค้าของประเทศ ขณะเดียวกันก็ให้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีแก่ผู้ซื้อ ทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล อย่างไรก็ตาม ด้วยระยะเวลาที่กำหนดถึงสิ้นปี 2553 นี้เท่านั้น ฉะนั้น ผู้สนใจ ไม่ว่าจะเป็นผู้ซื้อที่ต้องการใช้สิทธิจากกรมสรรพากร (ถึง 31 ธันวาคม 2553) หรือผู้ขายเครื่องจักร วัสดุ หรืออุปกรณ์ประหยัดพลังงานที่ต้องการขอการรับรองจาก พพ. (ถึงกันยายน 2553) ไม่ควรพลาด
     
       ติดต่อขอข้อมูล ติชม และเสนอแนะความคิดเห็นได้ที่ศูนย์บริการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน 0-2537-8161 หรือที่ head@boi.go.th




space

บัตร TAX SMART CARD

ที่มา http://www.rd.go.th/publish/43355.0.html

กรมสรรพากรเพิ่มช่องทางในการชำระภาษีอากรให้แก่ผู้เสียภาษี  ที่ยื่นแบบแสดงรายการผ่านสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา (ยื่นแบบฯ กระดาษ) และยื่นแบบฯ ผ่านอินเทอร์เน็ต  โดยให้นำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นบัตร TAX SMART CARD  มาใช้ชำระภาษีโดยมีหลักเกณฑ์  ดังนี้

          1.  ใช้ชำระภาษีอากรของกรมสรรพากรเท่านั้น 

          2.  ผู้ถือบัตร TAX SMART CARD  สามารถใช้บัตรดังกล่าว ผ่านเครื่องรูด/สอดบัตร (Electronic Data Capture : EDC)  ณ  สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา

          3.  ธนาคารที่ให้บริการรับชำระภาษีมี 3 แห่ง  ดังนี้

               (1)  ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)  ให้บริการสำหรับผู้เสียภาษีที่เป็นนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา  โดยยื่นแบบฯ ผ่านสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา (ยื่นแบบฯ กระดาษ)  หรือยื่นแบบฯ ผ่านอินเทอร์เน็ต (ติดต่อสอบถาม  หมายเลข 0-2638-4222)

               (2)  ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)  ให้บริการสำหรับผู้เสียภาษีที่เป็นนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา  โดยยื่นแบบฯ ผ่านสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา (ยื่นแบบฯ กระดาษ)  เท่านั้น  (ติดต่อสอบถาม  หมายเลข 0-2208-8416)

               (3)  ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)  ให้บริการสำหรับผู้เสียภาษีที่เป็นนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา โดยยื่นแบบฯ ผ่านสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา (ยื่นแบบฯ กระดาษ)  เท่านั้น

          4.  เปิดให้บริการ ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 51 แห่ง 

          5.  ผู้เสียภาษีสามารถใช้บัตร TAX SMART CARD ชำระภาษีได้ทั้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ (ทุกประเภทภาษี)

          6.  กรณียื่นแบบฯ กระดาษ  ต้องชำระภาษีเต็มทั้งจำนวน ในแต่ละแบบแสดงรายการที่ยื่น 
               แต่หากเป็นแบบแสดงรายการของผู้เสียภาษีรายเดียวกันและเป็นกรณีที่ชำระผ่านเครื่อง EDC ของธนาคารกรุงเทพ และธนาคารกสิกรไทย สามารถรวมรายการเพื่อชำระยอดรวมเพียงยอดเดียวได้ 

          7.  กรณียื่นแบบฯ ผ่านอินเทอร์เน็ต  ซึ่งธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ให้บริการแต่ผู้เดียว 
ต้องชำระภาษีเต็มทั้งจำนวน ในแต่ละแบบแสดงรายการที่ยื่น ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นแบบแสดงรายการของผู้เสียภาษีรายเดียวกัน หรือผู้เสียภาษีต่างราย (กรณีสำนักงานบัญชี) สามารถรวมรายการโดยพิมพ์  Pay – in – Slip เพื่อชำระยอดรวมเพียงยอดเดียวได้ 

          8.  ธนาคารผู้ให้บริการ คิดค่าธรรมเนียมครั้งละ 15 บาท ต่อการทำรายการ 1 ครั้ง
         

หมายเหตุ  :  สำหรับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) มีการให้บริการชำระภาษีอากรด้วยบัตรอิเล็กทรอนิกส์ 3 ประเภท  คือ  บัตรเดบิต บัตรเครดิต และบัตร TAX SMART CARD



ข้อมูล ณ 15/06/2553
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เพิ่งรู้ว่าธนาคารต่างๆ ก็มีทำบัตร Tax Smart Card ด้วยอ่ะ........เชยได้อีก








Update กฏหมายภาษีปี 2554-2555

1. การปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล

  • หลักเกณฑ์และวิธีการ
  • ใครบ้างที่มีสิทธิเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราใหม่นี้
  • มีผลบังคับใช้เมื่อไร อย่างไร
  • กรณีรอบระยะเวลาบัญชีไม่ตรงตามปีปฏิทิน จะคำนวณภาษีในอัตราใด
  • การคำนวณภาษีระหว่างปี
  • การลดอัตราภาษีมีผลกระทบอย่างไรบ้าง
  • การคำนวณภาษีของ SMEs > การจ่ายเงินปันผล > การคิดค่าเสื่อม
2. เตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของสรรพากร
  • เริ่มบังคับใช้เมื่อใด
  • ผลกระทบกับใบกำกับภาษี / หนังสือรับรองการหัก ภาษี ณที่จ่าย / การยื่นแบบ
3. โครงการบ้านหลังแรก
  • กรณีซื้อบ้านร่วมกับผู้อื่นจะได้สิทธิลดหย่อนภาษีหรือไม่
  • กรณีกู้ร่วมถ้าผู้กู้ร่วมมีบ้านหลายหลังจะใช้สิทธิได้หรือไม่
  • สามี  - ภริยา ใช้สิทธิอย่างไร
4. มาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ / อุทกภัย
5. การยกเิว้นเงินได้สำหรับเงินบริจาค
6. การยกเว้นภาษีค่าซ่อมบ้าน / ค่าซ่อมรถ ของผู้ประสบอุทกภัย
  • ใช้เอกสารใดบ้าง
  • พิสูจน์การซ่อมอย่างไร
  • กรณีผู้รับจ้าไม่ออกใบเสร็จให้จะทำอย่างไร
7. ทรัพย์สินที่ประหยัดพลังงานจะช่วยประหยัดภาษีได้อย่างไร
8. การอุปการะเลี้ยงดูคนพิการที่จะได้รับสิทธิทางภาษีต้องทำอย่างไร
9. การยกเว้นเงินได้สำหรับกำไรสิทธินการดำเนินโครงการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก
10. การชำระภาีษีด้วยบัตรอิเล็กทรอนิกส์คืออะไรมีข้อดี - ข้อเสียอย่างไร

test test test

http://www.donungonline.net/
ดูหนังออนไลน์
http://www.xxxmthai.com/
http://www.movieonline.in.th/index.php
http://www.dumovies.com/
http://www.moviereturn.com/
http://bbs.loadsiwa.com/4shared.php?id=558559062/b80c32bf&name=Emotions%20of%20Love%20part%20II%20%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%20%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%202%202/2

http://bbs.loadsiwa.com/4shared.php?id=558476130/c3485d72&name=Emotions%20of%20Love%20part%20II%20%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%20%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%202%201/2




http://xn----5wf7cca5etbta0b8prd.com/embed.php?id=985048263/5788e24
http://xn----5wf7cca5etbta0b8prd.com/embed.php?id=985048587/99d97136
http://xn----5wf7cca5etbta0b8prd.com/embed.php?id=985076454/13c33915
http://xn----5wf7cca5etbta0b8prd.com/embed.php?id=985076737/ded67170

สอนการเปิดเวบไซด์..ช่วยได้มากนะ

ขอบคุณที่มา theiconweb.com
http://www.theiconweb.com/demo_detail.php?id=4c6ef341261df
ในส่วน สาธิตการใช้งาน

แผนการตลาดของสำนักงานบัญชียุคใหม่

แผนการตลาดของสำนักงานบัญชียุคใหม่

แผนการตลาดของสำนักงานบัญชียุคใหม่ วันนี้เรามาว่ากันต่อถึงแผนการตลาดของสำนักงานบัญชียุคใหม่ ซึ่งเป็นภาคอวสาน ดังต่อไปนี้ค่ะ
Price 
การกำหนดราคาสำนักงานจะใช้นโยบายระดับราคาที่เป็นราคาตลาดถัวเฉลี่ยที่ค่อนข้างสูง (Medium high Price) โดยพิจารณาจากปริมาณงานที่ต้องให้บริการเพราะไม่ต้องการไปแข่งขันในตลาดล่างที่เน้นนโยบายราคาซึ่งจะทำให้งานบริการมีคุณภาพที่ลดลงเพื่อให้ธุรกิจมีกำไรด้วยบริการราคาถูก
Place สามารถให้บริการแก่ลูกค้าทั้งที่สำนักงานหรือ ณ ที่ตั้งของลูกค้า
Promotion
การจัดให้มี Website ของสำนักงาน เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและบัญชีแก่ผู้เข้าชม หรือจัดให้มีการตอบคำถามผู้เข้าชมผ่าน webboard แล้วนำไปผูกเชื่อม(Link)กับ web ที่อยู่ในสายธุรกิจและมีผู้เข้าชมเป็นจำนวนมาก ทำ Direct Mail หรือเข้าร่วมในกิจกรรมของ Target Customer Group เช่น ลูกค้าที่ตั้งในนิคมอุตสาหกรรม หรือ สมาชิกของสมาคมการค้า
การอาศัยลูกค้าบอกต่อ ถ้าลูกค้ารู้สึกประทับใจในบริการที่ได้รับจากสำนักงาน
People 
ใช้พนักงานที่มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางด้านบัญชี มีความรักในงานบริการ สามารถทำงานเป็นทีมและเข้ากับเพื่อนร่วมงานคนอื่นได้ดี อ่านเอกสารบัญชีที่จัดทำเป็นภาษาต่างประเทศได้เข้าใจ
ส่งเสริมการอบรมและพัฒนาบุคลากรในองค์กร มีการนำระบบ Key Performance Indicator (KPI) มากำหนดเป้าหมายในการปฏิบัติงาน และสร้างแรงจูงใจในการทำงาน
มีการปรับเพิ่มเงินเดือนเพื่อเป็นกำลังใจหากได้รับวุฒิเพิ่ม เช่น ผ่านการทดสอบภาษาอังกฤษขั้นสูง หรือสอบเป็น TAX AUDITOR ได้ ฯลฯ
Physical evidence
เพื่อเน้นความเป็นสำนักงานที่ทันสมัย มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงาน พนักงานทุกคนจะมีเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับใช้งานตั้งอยู่บนโต๊ะของตนเอง เอกสารที่ใช้สำหรับติดต่อกับลูกค้าต้องเป็นกระดาษหรือซองที่มีชื่อและที่อยู่ของสำนักงานอยู่ด้วยเสมอและเพื่อให้สามารถรองรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นชาวต่างชาติ จะให้มีการพิมพ์ข้อมูลภาษาอังกฤษและภาษาจีนในแผ่นพับ (Brochure) ด้วย ส่วนข้อมูลและบทความใน Website ก็จะจัดให้มีภาคภาษาอังกฤษด้วย
Process 
จัดให้มีการจัดทำคู่มือมาตรฐานในการทำงานเพื่อให้เกิดการทำงานเป็นระบบเดียวกันทำให้สามารถควบคุม คุณภาพของงาน
หัวหน้างานจะต้องหมุนเวียนทำหน้าที่ในการให้การอบรมแก่พนักงานในเรื่องของบัญชีหรือกฏหมายธุรกิจหรือกฏหมายภาษีอากรที่เปลี่ยนแปลง Partnership
สามารถแบ่งพิจารณาออกเป็นสองส่วน คือลูกค้า จัดให้มีการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดและมีช่องทางที่ลูกค้าสามารถติดต่อกับสำนักงานได้อย่างสะดวกเช่น E-Mail, Webboard หรือ Direct Line กำหนดตัวบุคลากรที่มีหน้าที่รับผิดชอบและแจ้งให้กับลูกค้าทราบ เพื่อให้เป็น First Contact Point ของลูกค้ากับบริษัทฯ
คู่ค้า / พันธมิตรทางธุรกิจ ค้นหาจุดเด่นของคู่ค้าและของตนเองที่สามารถนำมาเสริมจุดด้อยของแต่ละฝ่าย เพื่อนำมาสร้างให้เกิด win win situation ให้รีบติดต่อสื่อสารเพื่อสอบถามหรือทำความเข้าใจ หากเกิดข้อเคลือบแคลงสงสัย จะไม่ปล่อยให้ข้อสงสัยค้างคาใจอยู่โดยไม่มีการชี้แจง
หวังว่าท่านคงจะพอมองเห็นภาพของสำนักงานบัญชีแห่งอนาคตของบ้านเราได้แล้วว่าจะเป็นอย่างไร และอย่าลืมว่า ท่านที่เป็นเจ้าของธุรกิจก็ต้องปรับตัวเพื่อรองรับ พัฒนาการของพวกเขาเช่นเดียวกัน
 
ที่มา http://www.businessthai.co.th
โดย ศิริรัฐ โชติเวชการ
แผนการตลาดของสำนักงานบัญชียุคใหม่

วันเสาร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2555

ปี 2012

...เริ่มกันใหม่กับปีใหม่ ... อาจเริ่มช้าไปหน่อย เพราะวันนี้ก็ 04-03-2012 แล้ว
แต่ยังไม่สายเกินไปที่จะเริ่มแน่นอน ><

เป้าหมายปีนี้

1. เปิดสำนักงานบัญชี ---เปิดเป็นเวบออนไลน์---ปรับปรุงบ้าน 109/19 เป็น สำนักงาน
2. ส่วนร้านค้า...ยื่นแบบเพื่อแสดงรายได้เป็นปีแรก .. เพื่อเตรียมทำเรื่องก็ในปี 2015 ...เปิดเป็นห้างฯ
3.จดทะเบียนสำนักงานบัญชีในอีกชื่อหนึ่ง แยกจากชื่อร้านค้า
4. ส่วนร้านค้าให้เป็นของน้องสาว..ทำการดูแลทั้งหมด..ตั้งแต่ปี 2012-2015  ..แต่ยังเป็นชื่อสุรีย์พร จนถึงปี 2015
5. นำรถฮอนด้าเข้าซ่อม และบำรุงเพื่อใช้ได้ในอนาคต (ใช้อีกจนถึงปี 2015...รอซื้อใหม่ในนามกิจการ)
6. คิดเพิ่มในส่วนการสร้างความมั่นคงในชีวิต --- เช่นประกันชีวิต, ประกันสุขภาพ, ของน้องสาว ของพ่อ-แม่ และของเราเอง
7. สำหรับสิ่งที่ต้องสร้าง --ซื้อ--และปรับปรุงในอนาคตได้แก่
     ซื้อรถใหม่ --ซื้อบ้านใหม่ (ทำเลน้ำไม่ท่วม)--ปรับปรุงบ้าน 109/19 และ109/20-21 (ส่วนด้านหลัง)
     ต้องใช้งบประมาณ 5 ล้านบาท เอิ๊กๆๆ เยอะไปไหน