วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ข่าววันที่ 12 กค.2554

"แสนสิริ"ออกหุ้นกู้อายุ 5 ปี 1,000 ล้านบาท ดอกเบี้ย 5.4-6.0% จ่ายทุก3เดือน

นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ  “SIRI” เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติให้ดำเนินการออกหุ้นกู้ระยะยาว อายุ 5 ปี จำนวนรวม 1,000,000 หน่วย (หนึ่งล้านหน่วย) มูลค่าหุ้นกู้รวม 1,000 บาท (หนึ่งพันล้านบาท)

สำหรับผลตอบแทนของหุ้นกู้ดังกล่าว คือ อัตราดอกเบี้ยในปีที่ 1-3 เท่ากับ 5.40 % ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยในปีที่ 4-5 เท่ากับ 6.00 % ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก ๆ 3 เดือนและกำหนดวงเงินจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท โดยคาดว่าจะเสนอขายในวันที่ 18-20 กรกฎาคม 2552 นี้

“บริษัทฯ ตัดสินใจให้มีการออกหุ้นกู้เพื่อใช้ในการขยายธุรกิจที่เติบโตขึ้นจากการที่ ลูกค้าให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจในแบรนด์แสนสิริที่แข็งแกร่งขึ้นเป็น ลำดับตามแนวทางธุรกิจที่วางไว้"

นายเศรษฐากล่าวว่า เงินทุนที่ได้จากการจำหน่ายหุ้นกู้ครั้งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการขยายธุรกิจให้ครบวงจรและครอบคลุมที่อยู่อาศัยทุกเซ กเมนท์มากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากการพึ่งพาวงเงินกู้จากธนาคาร

บริษัทฯ ได้แต่งตั้งให้ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ของบริษัทฯ เพื่อเสนอขายต่อประชาชนทั่วไป ผ่านเครือข่ายสาขาของธนาคารทั่วประเทศ

ที่มา :- มติชนออนไลน์
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ครม.อนุมัติงบกลาง 2.3 หมื่นล้าน ขึ้นเงินเดือน ค่าตอบแทน บุคลากร สพฐ.

นาย ชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติทิ้งทวนตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอขอใช้งบกลางปี 2554 รายการเงินสำรองจ่ายฉุกเฉินหรือจำเป็น หรือขอใช้งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการปรับบัญชีเงินเดือน ค่าจ้าง และค่าตอบแทนรายเดือนบุคลากรภาครัฐในอัตราร้อยละ 5 ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2553 จำนวน 23,035 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้รองรับการปรับเพิ่มเงินเดือน ค่าตอบแทนให้ข้าราชการสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวนกว่า 500,000 คน


นายชินวรณ์กล่าวว่า งบเงินเดือนประจำปี 2554 ที่ สพฐ.เหลืออยู่นั้น ไม่พอจ่ายจนถึงสิ้นปีงบประมาณ เพราะในรอบปีนี้มีการขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการและบุคลากรในสังกัดหลายกรณี เริ่มตั้งแต่มติ ครม. 16 สิงหาคม 2553 ที่เห็นชอบให้ปรับเงินเดือนข้าราชการเพิ่มร้อยละ 5 มีผลตั้งแต่ 1 เมษายน 2554 มีผลให้ข้าราชการสังกัด สพฐ.อยู่ในข่ายนี้จำนวน 448,570 คน ลูกจ้างประจำ 30,727 คน และพนักงานราชการ 22,652 คน ซึ่งต้องใช้เงินรองรับทั้งหมด 4,195.63 ล้านบาท


ขณะเดียวกัน ในปี 2554 นี้ มีการประกาศใช้บัญชีเงินเดือนครูใหม่ ตาม พ.ร.บ.เงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2554 มีผลให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจำนวน 435,464 คน ได้รับการปรับเพิ่มเงินเดือนอีกร้อยละ 8 ตั้งแต่ 31 มีนาคม 2554 ต้องใช้งบประมาณรองรับทั้งสิ้น 5,563.40 ล้านบาท ซึ่งกรณีนี้ไม่ได้ตั้งบประมาณปี 2554 รองรับไว้


นอกจากนั้น ยังมีข้าราชการที่ได้รับการขึ้นเงินเดือนประจำปี 2554 และต้องใช้เงินรองรับทั้งสิ้น 6,596.98 ล้านบาท เพราะฉะนั้น ศธ.จึงต้องขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมอีก 23,035 ล้านบาท เพื่อนำมาจ่ายเงินเดือน 2 เดือนสุดท้าย คือ สิงหาคมและกันยายน ให้ทุกคนได้รับเงินครบถ้วน ซึ่ง ครม.ก็เห็นชอบตามที่ ศธ.เสนอขอ 


ที่มา :- มติชนออนไลน์
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ผู้ประกอบการอสังหาฯ ยอมรับปรับค่าแรง 300 บาทต่อวัน กระทบราคาบ้านแน่

 

นายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย  กล่าวถึงทิศทางอสังหาริมทรัพย์ปีนี้ หลังจากที่พรรคเพื่อไทยส่งสัญญาณกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ด้วยการกำหนดอัตรา ดอกเบี้ยซื้อบ้านหลังแรกร้อยละ 0  ระยะเวลา  5  ปี  ว่า  ระหว่างจัดตั้งรัฐบาลอาจทำให้การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคชะลอลงเพื่อรอผล ของมาตรการ  แต่เมื่อมาตรการมีผลก็จะเร่งให้คนที่มีความต้องการซื้อบ้านตัดสินใจเร็วขึ้น


นายกิติพล กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปีนี้อาจจะไม่สามารถขยายตัวเท่าปีที่ผ่านมา  โดยมีอัตราการขยายตัวต่ำกว่าปีที่ผ่านมาร้อยละ 10  เนื่องจากปีที่แล้วผลของมาตรการที่หมดอายุไปแล้ว มีส่วนเร่งให้คนซื้อบ้านมากขึ้น  ส่วนประเด็นที่ผู้ประกอบการห่วงใยและกระทบต้นทุน คือ ค่าแรงงาน หลังจากพรรคเพื่อไทยประกาศนโยบายหาเสียงและอยู่ระหว่างผลักดันให้เป็นนโยบาย ด้วยการปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300  บาทต่อวัน  เบื้องต้นเห็นว่าจะทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนสูงขึ้นร้อยละ 10  และอาจส่งผลให้ต้นปีหน้าอาจจะต้องมีการปรับราคาขาย อสังหาริมทรัพย์ขึ้น เพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น ที่ผ่านมาการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์  ต้นทุนค่าแรงงานจะมีสัดส่วนร้อยละ  25-30  ขึ้นอยู่กับว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์แนวราบหรืออาคารชุด 

ด้านนายธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย  กล่าวว่า  มาตรการอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ระยะเวลา  5  ปี  ช่วยกระตุ้นการเติบโตของอสังหาริมทรัพย์ได้มาก  โดยจะทำให้เติบโตได้เป็นประวัติการณ์  อย่างไรก็ตาม นโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ  300 บาท  ภายใน  1  เดือนข้างหน้า  3  สมาคมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะยื่นหนังสือถึงรัฐบาล  เพื่อให้การปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300  บาท เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปภายในระยะเวลา  4  ปี เพื่อไม่ให้กระทบต้นทุนผู้ประกอบการ  ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายเห็นว่าหากภาครัฐมี มาตรการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลนั้น  เห็นว่าไม่สามารถชดเชยต้นทุนค่าแรงได้  เนื่องจากการเสียภาษีจะทำเมื่อมีกำไรเท่านั้น. 


ที่มา :- มติชนออนไลน์
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

"ปู"ลุยฟื้นจำนำข้าวพ.ย.นี้ 

"ยิ่งลักษณ์"คาดฟื้นนโยบายรับจำนำข้าวเริ่มใช้พ.ย. นี้ เล็งใช้ราคาน้ำมันเป็นปัจจัยปรับโครงสร้างราคาสินค้า 
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมยุทธศาสตร์ด้านนโยบายต่าง ๆว่า มีการหารือใน 2 หัวข้อหลักคือ การร่างนโยบายที่จะนำเสนอกับประชาชนและนโยบายเร่งด่วน ซึ่งวันนี้ก็ได้มีการรายงานความคืบหน้าต่างๆ โดยนโยบายทุก ๆ นโยบายจะต้องรู้ว่าเมื่อปฎิบัติแล้วจะเป็นอย่างไร ทั้งนี้ก็จะต้องหารือกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องต่อไป
ทั้งนี้การนำนโยบายรับจำนำข้าวกลับมาใช้แทนการประกันราคา ซึ่งเป็นเรื่องนโยบายที่พรรคเพื่อไทยนำเสนอในช่วงหาเสียงว่า ก่อนตัดสินใจเริ่มโครงการจะพิจารณาองค์ประกอบทั้งระบบ อาทิ ปริมาณผลผลิต ราคา เป็นต้น คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในผลผลิตฤดูกาลใหม่เดือน พ.ย. แต่ยังไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้มากนัก เนื่องจากกังวลถึงการกักตุนปริมาณของข้าวเปลือก ซึ่งจะกระทบกับประชาชนในช่วงนี้ได้
ส่วนการแข่งขันของการส่งออกข้าวไทยในตลาดโลก คงไม่ใช้แนวทางการตัดราคา แต่จะพิจารณากำหนดราคาตามคุณภาพ
"โครงการรับจำนำ หากพร้อมเมื่อไหร่จะประกาศ เพราะไม่อยากให้มีการกักตุน เพราะขณะนี้มีการกักตุนเพื่อรอโครงการรับจำนำ และส่งผลกระทบถึงผู้ส่งออก ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามปกติ อย่ามีการกักตุน"น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลใหม่เข้าไปทำหน้าที่แล้วจะเข้าไปดูโครงสร้างราคาสินค้าจำเป็นต่อ ชีวิตประจำวัน ไม่ให้มีราคาแพงเกินกว่าเหตุ แต่ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้ราคาสินค้าถูกลง คือ ราคาน้ำมัน หากราคาน้ำมันลดลงก็จะทำให้ต้นทุนสินค้าปรับลดลงไปด้วย
สำหรับความคืบหน้าในการร่างนโยบายที่ได้หาเสียงไว้กับประชาชน และนโยบายเร่งด่วนที่ได้มีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือนั้น เนื่องจากบางเรื่องเห็นว่ามีความจำเป็นต้องขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเป็นการ เฉพาะ
ส่วนนโยบายถมทะเลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้กลายเป็นเมืองใหม่นั้น ในขณะนี้ยังไม่ขอพูดถึง ซึ่งหากมีความชัดเจน จะชี้แจงบให้ทราบทันที
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่ประกาศรับรองตำแหน่งของนางสาวยิ่งลักษณ์นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าในขณะนี้ กกต.กำลังมีการประชุมหารืออยู่ ก็จำเป็นที่จะต้องให้เวลา กกต.ในการพิจารณา ซึ่งไม่ได้มีความหนักใจแต่อย่างไร เพราะเชื่อว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามกติกา

ที่มา :-http://bit.ly/q4LGKx  ขอบคุณโพสต์ทูเดย์
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น